เข้าสู่ระบบ
สมัครสมาชิก

บูลลี่มา ต้องบูลลี่กลับ? ผลลัพธ์ของการผลิตซ้ำวัฒนธรรมกลั่นแกล้ง

 

 

การกลั่นแกล้งหรือบูลลี่ในสังคมมีมากมายรูปแบบ ไม่ใช่แค่การแสดงคำกริยาหยาบเพียงแค่นั้น แต่ว่ายังรวมถึงคำพูดที่แสดงถึงการล้อเลียน เสียดสี ดูถูกดูหมิ่น ทั้งยังบูลลี่เรื่องรูปร่างหน้าตา ท่าทาง ปมด้อย เพศ รสนิยม ทัศนคติ การเรียน ความรู้ความเข้าใจ และยังรวมไปถึงความเชื่อถือส่วนบุคคล แต่ว่าไม่ว่าจะเป็นการกลั่นแกล้งรูปแบบไหนก็ถือได้ว่าเป็นพฤติกรรมที่คนจำนวนมากไม่อาจยอมรับได้ เพราะว่าแค่เพียงไม่กี่คำหรือพฤติกรรมเล็กๆน้อยๆก็บางทีอาจสร้างรอยแผลไว้ภายในใจของคนโดนแกล้งไปอีกนานแสนนาน

 

ด้วยเหตุผลดังกล่าว จึงไม่แปลกที่หลายๆครั้ง พฤติกรรมการกลั่นแกล้งบูลลี่ของใครบางคนจะมีผลให้คนอีกจำนวนไม่น้อยเกิดความรู้สึกไม่พอใจ การบูลลี่ จนส่งผลให้เกิดการรวมกลุ่มหรือการเคลื่อนไหวเพื่อ ‘ต่อต้าน’ คนคนนั้น ท่ามกลางความโกรธเกลียดชังของคนในสังคม ที่มีต่อผู้ที่มักพูดจากลั่นแกล้งหรือทำร้ายคนอื่นๆ ต่างมีบริบทอีกมากมายที่แทรกเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นการวิพากษ์วิจารณ์ การแสดงความคิดเห็น การให้กำลังใจ รวมถึงการออกมาปกป้องผู้ที่ถูกกระทำ แต่ว่าบางครั้ง การปกป้องไม่ได้มาในรูปแบบของการวิพากษ์วิจารณ์ให้มีการเปลี่ยนแปลง แต่ว่ามาในรูปแบบของการต่อว่าหรือด่าทอคนที่กลั่นแกล้งแทน

บูลลี่

ขอบคุณรูปภาพจาก pinterest

การ ‘บูลลี่กลับ’ เพื่อตอบโต้นั้น ก็กลายเป็นการ ‘ผลิตซ้ำ’
วัฒนธรรรมการบูลลี่ไปเรื่อยๆ

 

เพื่อย้ำให้เห็นถึงจุดสำคัญของการบูลลี่ ในทางหนึ่งจึงมีความต้องการที่จะทำให้คนที่กลั่นแกล้งเข้าใจในเรื่องประสบการณ์เจ็บปวดเหมือนกัน มันก็คือการ ‘เอาคืน’ หรือการ ‘บูลลี่กลับ’ (แอบฟังดูย้อนแย้ง) ในยุคที่เพียงแค่จรดปลายนิ้วลงบนแป้นพิมพ์ก็สามารถสร้างแรงกระเพื่อมในสังคมได้อย่างง่ายๆการเลือกใช้ประโยชน์จากโซเชียลมีเดียเองก็เป็นหนึ่งในตัวเลือกโต้กลับ อีกทั้งวิธีพิมพ์ข้อความ hate speech ลงไปหวังให้คนคนนั้นเสียหาย การขุดความเป็นมาเก่าๆขึ้นมาเล่า ไปจนกระทั่งจู่โจมรูปลักษณ์ภายนอก โดยเหตุนี้ เวลามีคนทำผิดพลาดไม่ว่าจะด้วยความตั้งใจไหมตั้งใจ ก็เป็นได้ว่าผู้คนเหล่านั้นจะถูกบูลลี่กลับอีกครั้ง ตัวอย่างเช่น “ใบหน้าก็ไม่ดี ยังไปบูลลี่คนอื่นอีกหรอ” หรือ “พอบูลลี่กลับ เพราะอะไรทำเป็นรับไม่ได้” แน่ๆว่าหากคนบูลลี่ได้ยินแบบนี้ คงจะรู้สึกสะเทือนใจอยู่บ้างไม่มากก็น้อย

การเอาคืนการบูลี่ช่วยทำให้เกิดประโยชน์อะไรจริงๆรึเปล่า

แต่การเอาคืนช่วยให้เกิดผลดีอะไรจริงๆรึเปล่า? เพราะว่านอกเหนือจากจะมองย้อนโต้เถียงแล้ว เหตุผลที่พวกเราไม่สมควรหยุดการเกิดนี้ด้วยการบูลลี่กลับ คือ มันอาจจะไปสานต่อ ‘วัฏจักรการกลั่นแกล้ง’ (the cycle of bullying) ไปเรื่อยๆแบบไม่จบไม่สิ้น เพราะว่าเวลาที่พวกเราต่อต้านการกลั่นแกล้งรังแกกัน พวกเรากลับกลายทำใหม่ความประพฤติปฏิบัตินั้นซะเอง และก็ถ้าได้ลองทำความเข้าใจกับต้นเหตุที่ทำให้คนคหนึ่งมีนิสัยชอบกลั่นแกล้งคนอื่นๆแล้ว ก็มีความน่าจะเป็นไปได้ว่าพวกเขาเองก็ ‘เคยถูกกลั่นแกล้ง’ มาก่อน

การสำรวจข้อมูลผู้กระทำลั่นแกล้งบูลลี่ในประเทศอังกฤษปี คริสต์ศักราช2016 ของเว็บ Ditch the Label เปิดเผยว่า ผู้ที่เคยพบประสบการณ์การเช็ดกลั่นแกล้งมาก่อน ชอบมีความประพฤติกลั่นแกล้งคนอื่นๆต่ออีกครั้ง บางครั้งอาจจะด้วยปมจากการถูกรังแกหรือพูดจาดูถูกเหยียดหยามในอดีตกาลนานมาแล้ว หรือในตอนนี้อันใกล้ก็ตาม พวกเขาก็เลยจะต้องสร้าง ‘กลไกป้องกันตนเอง’ (defence mechanism) ขึ้นมา ด้วยความเชื่อที่ว่า ถ้าหากไม่เป็นผู้ที่ทำก่อน จะเปลี่ยนเป็นถูกกระทำซะเอง ด้วยเหตุผลดังกล่าว การเริ่มทำก่อนจึงทำให้พวกเขารู้สึกมีอำนาจเหนือคนอื่นๆ แล้วก็ทำให้ปมด้อยที่มีถูกมองข้ามไป

การบูลลี่

ขอบคุณรูปภาพจาก pinterest

ถ้าลองดูภาพวัฏจักรการกลั่นแกล้ง บูลลี่ ของ แดน โอล์เวาส์ (Dan Olweus) ศ.จ.ทางจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยเบอร์เกน ที่ใช้อธิบายปรากฏการณ์ทั้งหมด จะมีความเห็นว่ามีบริบทต่างๆรวมทั้งบุคคลอื่นๆเข้ามาเกี่ยวโยง ไม่ได้มีแค่เพียงผู้กลั่นแกล้งแล้วก็คนที่ถูกการกลั่นแกล้งแค่นั้น แต่ว่ายังมีผู้สนับสนุน รวมทั้งที่คอยดูอยู่ห่างๆและก็ผู้ที่ออกมาปกป้องอีกที

เราจะมองเห็นเส้นที่เชื่อมโยงระหว่างจุด G (คนที่ออกมาปกป้อง) กับจุด A (คนที่กลั่นแกล้ง) ซึ่งก็คือแนวโน้มที่ว่า คนที่อยู่ในจุด G บางทีอาจแปลงเป็นหนึ่งใน ‘ปัจจัย’ ที่นำไปสู่วัฎจักรนี้ต่อไปโดยไม่รู้ตัว และก็ทำให้พวกเขาไม่ต่างอะไรกับผู้ที่กลั่นแกล้ง วงจรอุบาทว์ที่ไม่มีจุดจบ

 

พวกเรากำลังเป็นคนที่บูลลี่อีกทอดหนึ่งรึเปล่า?

 

ถึงแม้เป็นเรื่องยากที่พวกเราจะคิดว่าการทำของตนเป็นเรื่องไม่เหมาะสม จึงเป็นเหตุผลที่ทำไมพวกเราอาจมีการกระทำแกล้งบุคคลอื่นแบบไม่ทันรู้ตัว ดูถูกเหยียดหยามแถมยังปิดท้ายแบบเซฟๆด้วยคำว่า “หยอก” จนเกิดความเคยชิน แต่ว่าถ้าเกิดพวกเราไม่ได้อยากยอดเยี่ยมในพวกเขาเหล่านั้น แนวทางหนึ่งที่ทำได้ไม่ยากเป็น ‘สังเกต’ รีแอ็กชั่นของคู่สนทนาหรือคนที่อยู่รอบข้างตลอดระยะเวลา ว่าพวกเขามีทีท่าอึดอัดไหมสบายใจกับคำพูดหรือพฤติกรรมของเราหรือไม่ เพราะว่าพวกเราไม่บางทีอาจทราบได้ว่าอีกข้างเซนซิทีฟกับคำพูดหรือการกระทำของพวกเรามากน้อยแค่ไหน หรือหากจู่ๆมีใครเดินเข้ามาตักเตือนหรือแนะนำ ก็ลองฟังอย่างเปิดใจและไม่เคืองโกรธ เพราะว่านับว่าเป็นโอกาสดีที่จะทำให้พวกเราทบทวนตัวเองได้ทันการ

 

การเลือกโต้ตอบด้วยวิธีบูลลี่มาบูลลี่กลับ ไม่ว่าจะด้วยวาจาหรือกิริยาท่าทางอะไรก็แล้วแต่ นอกเหนือจากการที่จะไม่ช่วยแก้ไขปัญหา แถมยังส่งผลให้วัฏจักรการกลั่นแกล้งหมุนวนต่อไปอย่างไม่จบไม่สิ้นแม้คิดว่าการกลั่นแกล้งกันเป็นเรื่องที่ไม่สมควรเกิดขึ้นแม้จะกับใครก็ช่าง การลองสังเกตผลตอบรับจากอีกฝ่าย ก็คงจะป้องกันไม่ให้พวกเราส่งเสริมพฤติกรรม ซึ่งพวกเราเองก็ไม่เห็นด้วยได้

อ่านบทความอื่นที่  สล็อตออนไลน์

SPINIX24HR
โปรโมชั่นอื่นๆ
SPINIX24HR เว็บไซต์ที่ให้บริการเกม บาคาร่าออนไลน์ และเกมเดิมพันอื่นๆ อีกหลากหลายเกม มีระบบฝาก-ถอนอัตโนมัติ พร้อมกับมีทีมงานคุณภาพ คอยดูแล ตลอด 24 ชั่วโมง
SITE MAP
BLOG
CONTACT
SPINIX24HR เว็บไซต์ที่ให้บริการเกม บาคาร่าออนไลน์ และเกมเดิมพันอื่นๆ อีกหลากหลายเกม มีระบบฝาก-ถอนอัตโนมัติ พร้อมกับมีทีมงานคุณภาพ คอยดูแล ตลอด 24 ชั่วโมง
สล็อตออนไลน์
เกมสล็อต
สมัครเล่นเกม
เริ่มต้นเล่นบาคาร่ายังไงสำหรับมือใหม่เทคนิคการแทงบาคาร่าออนไลน์ระดับเซียนที่ต้องรู้
เข้าสู่ระบบ
สมัครสมาชิก
{{ alertDialog.text }} เข้าสู่ระบบสำเร็จ {{ spin ? 'กำลังเข้าสู่ระบบ...' : 'เข้าสู่ระบบ' }}
หรือ
เข้าสู่ระบบด้วยเฟซบุ๊ก
เข้าสู่ระบบด้วยไลน์
{{ lang }}
ภาษาไทย
English
ลืมรหัสผ่าน ?